ประวัติบริษัท


Sent Email |Print

ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการที่สำคัญ

บริษัท ซีโอเเอล จำกัด(มหาชน) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2537 โดยตระกูลอุ่นใจ ซึ่งมีประสบการณ์ในธุรกิจจำหน่ายเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานมากว่า 40 ปี และได้รับการต่อยอดธุรกิจจนถึงปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาทและทุนชำระแล้ว 80 ล้านบาท
การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบันสามารสรุปรายละเอียดพอสังเขป ดังนี้
การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญของบริษัท
ปี 2560

  • บริษัทฯ ได้ดำเนินแผนธุรกิจตามที่ได้รายงานต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2560 เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 โดยเน้นการดำเนินธุรกิจเดิมที่มีความถนัดและมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจสำหรับตลาดภาคธุรกิจ (Business to Business หรือ “B2B”) และยุติการดำเนินธุรกิจออนไลน์แบบธุรกิจสู่ผู้บริโภค (Business to Consumer หรือ “B2C”) ซึ่งการดำเนินตามแผนดังกล่าว บริษัทฯ ได้จำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท เซ็นเนอร์จี อินโนเวชั่น จำกัด (“CNG”) (บริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 99.99) ให้กับบริษัท ห้างเซ็นทรัลดีพาทเมนท์สโตร์ จำกัด โดยมีมูลค่าประมาณ 22.72 ล้านบาท และยุติการดำเนินธุรกิจออนไลน์แบบ B2C ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป อนึ่งภายหลังจากการจำหน่ายหุ้นสามัญของ CNG บริษัทฯ ได้ยุติการจำหน่ายสินค้าโดยใช้ Domain name ของผู้อื่น โดยบริษัทฯ ยังคงดำเนินการจำหน่ายสินค้าและบริการผ่าน Domain name ของตนเอง ได้แก่ officemate.co.th, b2s.co.th, b2s.com.vn และ mebmarket.com
  • บริษัทฯ เปิดให้บริการสาขาแห่งแรกในประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ “B2S” โดยสาขานี้ตั้งอยู่ในเขตถูดึ๊ก นครโฮจิมินห์
  • บริษัทฯ เปิดตัวบริการ “OfficeMate x Kerry Express” ซึ่งเป็นการให้บริการที่ร่วมมือกับเคอรี่ เอ็กซ์เพรสในการให้บริการส่งพัสดุด่วนแก่ลูกค้าในร้านออฟฟิศเมทเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจออนไลน์รายย่อยและกลุ่มธุรกิจ SME โดยเป็นหนึ่งในการดำเนินตามแผนงานเพื่อให้ออฟฟิศเมทเป็น “ที่เดียวครบ ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ” (One Stop Business Solutions) โดยในปีนี้บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการแล้วทุกสาขาในกรุงเทพฯ และจะขยายการให้บริการดังกล่าวไปยังสาขาในต่างจังหวัดต่อไป
  • MEB (บริษัทย่อยทางอ้อมที่บริษัทถือหุ้นผ่าน B2S ในสัดส่วนร้อยละ 75.00 ของทุนที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของ MEB) ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญชองบริษัท ไฮเท็คอินเตอร์แอคทีฟ จำกัด (“Hytexts”) จำนวน 27,000 หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 75.00 ของหุ้นสามัญทั้งหมดของ Hytexts รวมมูลค่าประมาณ 6.25 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าและการบริการประเภทหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) อุปกรณ์อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Reader) และสินค้าที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่และขยายตลาดการขายในธุรกิจ E-Reader
  • บริษัทฯ ได้รับมอบรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านศูนย์บริการทางโทรศัพท์ที่โดดเด่นที่สุดในประเทศไทย จากสมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย (Thai Contact Center Trade Association หรือ TCCTA) รวม 3 รางวัล ได้แก่
    • รางวัลกระบวนการตามมาตรฐานสากลยอดเยี่ยม (The Best Work Flow Contact Center (Over 100 seats))
    • รางวัล The Best Contact Center Manager of The Year (Telemarketing) และ
    • รางวัล Contact Center Agent Award (Telemarketing)
    นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับมอบรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานระดับประเทศประจำปี 2560 จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน
  • บริษัทฯ ขยายสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 12 สาขา แบ่งเป็นร้านออฟฟิศเมท 5 สาขา และบีทูเอส 6 สาขา และ B2S ในประเทศเวียดนาม 1 สาขา
ปี 2559

  • จัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ “บริษัท เซ็นทรัลกรุ๊ปออนไลน์ จำกัด” เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2559 เพื่อประกอบธุรกิจด้านการบริการตลาดออนไลน์ (Marketplace)
  • เปิดให้บริการ Click & Collect โดยลูกค้าสามารถเลือกรับสินค้าที่จุดให้บริการมากกว่า 70 จุดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดตามห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โรบินสัน และ Sky Box บนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อเพิ่มความหลากหลาย และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ง่ายขึ้น
  • ธุรกิจออฟฟิศเมท เปิดบริการ Click & Collect โดยลูกค้าสามารถสั่งซื่อสินค้าผ่านเว็บไซต์และรับสินค้าที่ร้านออฟฟิศเมทได้ ซึ่งมีให้บริการกว่า 40 สาขาทั่วประเทศ
  • บริษัทฯ ได้ดำเนินแผนการขยายธุรกิจไปประเทศเวียดนาม โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการลงทุนใน “บริษัท ซีโอแอล เวียดนาม เจ เอส ซี” เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2559
  • เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ ได้มีการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ “บริษัท ออฟฟิศเมท โลจิสติกส์ จำกัด” เพื่อประกอบกิจการคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัยและมีการลงทุนในการก่อสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจออฟฟิศเมทในอนาคต โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2561
  • บริษัทฯ ได้รับรางวัล “The Best Branded Content on Social Media” ในงาน Thailand Zocial Awards 2016 ภายใต้ผลงานที่ชื่อว่า “The World’s Happiest Office” ของธุรกิจออฟฟิศเมท
  • บริษัทฯ ได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการที่เป็นแบบอย่างในการบริหารจัดการด้านยาเสพติด ประจำปี 2559 จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน
  • บริษัทฯ ได้รับรางวัล “สถานที่ปฎิบัติงานและสภาพแวดล้อมยอดเยี่ยม” จากสมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย (TCCTA) ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่องค์กรที่ดำเนินศูนย์บริการทางโทรศัพท์ (Call Center) ที่เป็นเลิศในประเทศไทย
  • บริษัทฯ ได้ยื่นขอรับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านทุจริตของสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทย (IOD) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2559
  • ขยายสาขาออฟฟิศเมทโดยเปิดสาขาใหม่ 9 สาขา และบีทูเอสเปิดสาขาใหม่ 7 สาขา ซึ่งรวมถึงการเปิดร้าน Think Space B2S ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บนพื้นที่กว่า 3,000 ตร.ม.
ปี 2558

  • จัดกิจกรรมเปิดตัวธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ (Central Online) อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ พลาซ่า ภายใต้ Slogan “SHOP WITH CONFIDENCE”
  • เปิดตัว OFFICEMATE Mobile Application เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2558 เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าของร้านออฟฟิศเมท และให้สอดคล้องต่อพฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบัน โดยมีฟังก์ชั่นการใช้งานพิเศษ “Magic Search” ซึ่งอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าจากภาพถ่ายได้
  • ออฟฟิศเมทเริ่มเปิดให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วประเทศ (Pack Post Express) และบริการรับออกแบบสินค้าพรีเมี่ยมและของชำร่วยปีใหม่ (Premium Corner)
  • บีทูเอส เปิดตัว The 1 Book Application เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2558
  • บริษัทฯ ได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2558 เรื่องการเปลี่ยนชื่อบริษัทและตราสัญลักษณ์ จาก ออฟฟิศเมท เป็น ซีโอแอล เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินธุรกิจในอนาคต
  • จัดตั้งบริษัทย่อย “บริษัท เซ็นเนอร์จี อินโนเวชั่น จำกัด” เพื่อประกอบธุรกิจนายหน้าดูแลการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์และพัฒนาระบบ IT ให้กับบริษัทในกลุ่มเซ็นทรัลและลูกค้าทั่วไปเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558
  • ขยายสาขาออฟฟิศเมทโดยเปิดสาขาใหม่ 8 สาขา และบีทูเอสเปิดสาขาใหม่ 11 สาขา
ปี 2557

  • เปิด B2S Online Store ผ่าน www.b2s.co.th หรือ www.central.co.th/B2S
  • B2S เข้าทำการซื้อหุ้นสามัญของ MEB จำนวน 37,500 หุ้น โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 52.50 ล้านบาทจากผู้ถือหุ้นเดิมของ MEB คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 75 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจการจัดจำหน่ายหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) และให้คำปรึกษาเรื่องการจัดทำ E-Book และการจัดหาอุปกรณ์ซอฟแวร์ หรือโปรแกรมที่เกี่ยวข้อง
  • เพิ่มคลังสินค้าออนไลน์ใหม่พื้นที่ 10,000 ตารางเมตร บริเวณถนนบางนา-ตราด เริ่มดำเนินการในเดือนสิงหาคมเพื่อรองรับสินค้าที่ขายผ่าน www.central.co.th
  • ออฟฟิศเมทเปิดให้บริการเพิ่มได้แก่ งานพิมพ์ครบวงจร และการออกแบบพื้นที่สำหรับจัดวางเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน รวมถึงบริการ E-Ordering ที่สาขาออฟฟิศเมท โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าที่มีในแคตตา ล็อกได้พร้อมกับการเข้ามาซื้อสินค้าในร้าน
  • ขยายสาขาออฟฟิศเมทโดยเปิดสาขาใหม่ 4 สาขา และบีทูเอสเปิดสาขาใหม่ 10 สาขา
ปี 2556

  • เริ่มธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ผ่าน www.central.co.th และ www.robinson.co.th เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2556 เพื่อตอบสนองลูกค้าบุคคล โดยเว็บไซต์ทำหน้าที่เสมือนห้างสรรพสินค้าและมีสินค้าที่ครอบคลุมความต้องการมากกว่า 8,000 รายการ
  • ปรับปรุงคลังสินค้าหนองจอกบนพื้นที่ 7,200 ตารางเมตร เป็น 15,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับสินค้า 60,000 รายการ รวมถึงปรับปรุงร้านให้ทันสมัย และมีพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย
  • ขยายสาขาเพื่อครอบคลุมพื้นที่ทุกภูมิภาคของไทยโดยออฟฟิศเมทเปิดสาขาใหม่ 8 สาขา และบีทูเอสเปิดสาขาใหม่ 11 สาขา
  • ปิดบริการเว็บไซต์ www.trenddyday.com เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2556
ปี 2555

  • เปิดร้าน trendyday.com ที่ ศูนย์การค้าเมกะ บางนา และเกตเวย์ เอกมัย
  • ขยายช่องทางการขายผ่าน Mobile Application และร่วมมือกับบริษัท Samsung ในการทำ Application บน Internet TV
  • รวมกิจการกับบริษัท ออฟฟิซ คลับ (ไทย) จำกัดและบริษัทย่อยและบริษัท บีทูเอส จำกัด โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 240 ล้านหุ้น รวมเป็น 320 ล้านหุ้นและทุนจดทะเบียน 320 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2555 ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ก้าวขึ้นเป็นผู้นำ ด้านการค้าปลีกสินค้าประเภทเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานด้วยสาขามากกว่า 120 สาขาทั่วประเทศไทย
ปี 2554

  • ปรับปรุง Call Center เป็นระบบ Multimedia Call Center รวมถึงขยายสาขา Call Center และเพิ่มจำนวนพนักงานขายสินค้าทางโทรศัพท์รวมถึงเปิดบริการเว็บแชทเพื่อให้ข้อมูลสินค้าแก่ลูกค้าทางออนไลน์
ปี 2553

  • นำหุ้นของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (MAI) ด้วยทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาทและทุนชำระแล้ว 80 ล้านบาทโดยเข้าซื้อขายวันแรก วันที่ 28 กรกฎาคม 2553
ปี 2552

  • เปิดบริการเว็บไซต์เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าบุคคล www.trendyday.com
  • เพิ่มช่องทางในการแลกรับของกำนัลทางออนไลน์ “Redeem Center”
ปี 2551

  • ขยายคลังสินค้าบนพื้นที่ 7,200 ตารางเมตร รองรับ 20,000 รายการ
  • แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2551 ด้วยทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาท และทุนชำระแล้ว 56 ล้านบาท
ปี 2542 - 2550

  • เปิดให้บริการเว็บไซต์ www.officemate.co.th เพื่อเพิ่มช่องทางในการสั่งสินค้าของลูกค้าให้เข้าถึงได้ง่าย
  • ปรับระบบคลังสินค้าเป็นระบบแนวราบบนพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร
  • ใช้ระบบซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการและการควบคุมระบบ Call Center
  • พัฒนาระบบ E-Procurement ซึ่งเป็นระบบสั่งซื้ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเฉพาะแต่ละองค์กร
ปี 2537

  • จัดตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 5 ล้านบาท เพื่อจำหน่ายเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงานผ่านระบบแคตตาล็อก และรับคำสั่งซื้อผ่านระบบ Call Center